อาม่า 170212

ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในพิธีหลายๆวัน มีความรู้สึกอยากจะเขียนบันทึกเก็บไว้ แต่ก็ไม่กล้า

เราไม่สามารถเขียนถึงอาม่าได้ โดยไม่ร้องไห้ 

แล้วเวลาที่คิดว่าอาม่าไม่อยู่แล้ว มันก็เหมือนความเศร้าจะพุ่งพรวดจนทำอะไรต่อไปไม่ได้อีก

มันคือการจมกับความเศร้ารึเปล่า

ทั้งๆที่ตอนที่รู้ว่าอาม่าเสียแล้ว เรายังรู้สึกโล่งใจ ดีแล้วที่อาม่าไม่ต้องทรมานต่อไป

แต่พอผ่านพิธีอะไรหลายๆอย่าง กลับยิ่งทำใจไม่ได้มากขึ้น มากขึ้น

ที่เลวร้ายที่สุดคงเป็นการไปบ้านอาม่า ที่อาม่าไม่อยู่แล้ว

ถ้าหากไม่มีพิธีจีนที่ยุ่งยากซับซ้อน เราคงไม่ทำอะไรเลย แล้วก็เอาแต่นั่งร้องไห้เฉยๆ

มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ เสียใจสลับกับปล่อยวางชั่วคราว

รูปที่ติดอยู่ที่บ้าน เป็นรูปที่อาม่ากับอากงถ่ายไว้สำหรับพิธีศพโดยเฉพาะ คะเนจากรูปแล้ว อาจจะก่อนเราเกิดซะด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ติดอยู่นานแล้ว แต่กลับไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่าในรูป อาม่ายิ้มมุมปากอยู่นิดๆ

พึ่งเห็นในงานพิธีนี้เนี่ยแหละ

ถ้าไม่ได้รูปนี้ เราคงเสียใจกว่าเดิม

การที่ได้เห็นรูปอาม่ายิ้ม มันทำให้เราได้รู้ว่าอาม่าไปสบายแล้ว 

อาจจะเป็นแค่การหลอกตัวเอง แต่มันก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น

สิบแปดปีแหนะ กว่าอาม่ากับอากงจะได้เจอกันอีกที 

อิจฉาญาติที่โตกว่านี้ ที่มีความทรงจำสมัยที่อาม่ายังคุยเฮฮา พูดรู้เรื่อง 

ของเรากับน้องเป็นแค่ความทรงจำกระท่อนกระแท่นมาก

แต่ก็ยังดีที่จำได้ 

เสียดายเหมือนกันที่พวกหลานๆจะไม่ได้รู้จักอาม่า

แต่มันก็คงเป็นไปแบบนั้นแหละ คนเกิด คนมีชีวิตอยู่ แล้วก็คนตายจากไป

วันนึงเราก็เหมือนกัน